|
กรมปศุสัตว์เป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ประวัติ
- พ.ศ.2447 ได้เริ่มกิจการทางสาขาสัตวแพทย์ขึ้นในกรมช่างไหม กระทรวงเกษตราธิการ
- พ.ศ.2449 ได้มีการเปิดสอนวิชาสัตวแพทย์ขึ้นเป็นครั้งแรก
- พ.ศ.2451 ได้เปลี่ยนชื่อ "กรมช่างไหม" เป็น "กรมเพาะปลูก"
- พ.ศ.2463 ได้มีการจัดตั้งกิจการผสมสัตว์ และกิจการแผนกรักษาสัตว์ขึ้นในกรมเพาะปลูก
- พ.ศ.2474 ได้โอนกรมเพาะปลูกไปร่วมกิจการของกองตรวจพันธุ์รุกขชาติ โดยจัดตั้งขึ้นเป็น "กรมตรวจกสิกรรม" สังกัดกระทรวงพาณิชย์และคมนาคม
- พ.ศ.2476 หลังการเปลี่ยนแปลงระบบการปกครองแผ่นดิน
- พ.ศ.2475 ได้แยกกระทรวงพาณิชย์และคมนาคมออกเป็นกระทรวงคมนาคม และกระทรวงเกษตรพาณิชย์ซึ่งต่อมากระทรวงเกษตรพาณิชย์ได้เปลี่ยนเป็นกระทรวงเศรษฐการ
- พ.ศ.2477 กรมตรวจกสิกรรม ได้เปลี่ยนชื่อเป็น "กรมเกษตร" ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น "กรมเกษตรและการประมง" โดยกิจการบำรุงพันธุ์สัตว์ การรักษาและป้องกันโรคสัตว์ได้รวมกันยกฐานะเป็น "กองอุตสาหกรรมสัตวพรรณ" ประกอบด้วย 8 แผนก คือ แผนกวิชาโรคสัตว์ แผนกวัคซีน และ ซีรั่ม แผนกปราบโรค แผนกด่านกักกันสัตว์ แผนกสัตว์ใหญ่ แผนกสุกร แผนกเป็ดไก่ และแผนกอาหารสัตว์
- พ.ศ.2481 กองอุตสาหกรรมสัตวพรรณ ขยายงานแบ่งออกเป็น 2 กอง คือ กองสัตวรักษ์ และกองสัตวบาล
- 5 พฤษภาคม 2485 ได้มีพระราชกฤษฎีกาจัดตั้ง "กรมปศุสัตว์และสัตว์พาหนะ สังกัดกระทรวงเกษตราธิการและมี" การแบ่งส่วนราชการเป็น 4 กอง คือ สำนักงานเลขานุการ กองสัตวบาล กองสัตวรักษ์ และกองสัตวศาสตร์
- 15 กุมภาพันธ์ 2494 จัดระเบียบราชการกรมปศุสัตว์และสัตวพาหนะ เป็น 5 กอง ในส่วนกลาง และ 2 หน่วยงาน ในส่วนภูมิภาค
- 8 มีนาคม 2495 ได้เปลี่ยนชื่อจาก "กรมปศุสัตว์และสัตว์พาหนะ" เป็น "กรมการปศุสัตว์" สังกัดกระทรวงเกษตร ซึ่งเปลี่ยนจาก กระทรวงเกษตราธิการ แบ่งส่วนราชการเป็น 7 กอง ในส่วนกลางและ 3 หน่วยงาน ในส่วนภูมิภาค ในปลายปี 2495 ได้ย้ายที่ตั้งกรมจากข้างป้อมพระสุเมรุ ถนนพระอาทิตย์ มาอยู่ ณ สถานที่ปัจจุบัน ถนนพญาไท เขตราชเทวี กทม.
- 26 ธันวาคม 2496 กรมการปศุสัตว์ ได้เปลี่ยนชื่อเป็น "กรมปศุสัตว์" สังกัดกระทรวงเกษตร
- 21 พฤษภาคม 2500 กรมการปศุสัตว์ ได้เปลี่ยนชื่อเป็น "กรมปศุสัตว์" สังกัดกระทรวงเกษตร
- 20 กรกฎาคม 2516 ได้มีพระราชกฤษฎีกาจัดระเบียบราชการกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรเป็น 11 กอง ในส่วนกลาง และ 2 หน่วยงาน ในส่วนภูมิภาค
- 22 เมษายน 2522 ได้มีพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็น 13 กอง ในส่วนกลาง และ 2 หน่วยงาน ในส่วนภูมิภาค
- 21 มกราคม 2527 ได้มีพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็น 14 กอง ในส่วนกลาง และ 2หน่วยงาน ในส่วนภูมิภาค
- 11 มิถุนายน 2537 ได้มีพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็น 16 กอง ในส่วนกลาง และ 2 หน่วยงาน ในส่วนภูมิภาค
- สัญลักษณ์ของกรมปศุตว์ประกอบด้วย 3 ส่วน ได้แก่ โค อสุภราช (เผือกผู้)มีนามว่าพระนนทิ และม้าฉันท์ ซึ่งมีความหมายดังนี้
- โค อสุภราช (เผือกผู้) ถือกันว่าเป็นเทพเจ้าแห่งสัตว์จัตุบาท
- ม้าฉันท์ เป็นม้าขาวคู่บารมีของพระพุทธเจ้า
- ทั้งโคและม้า ดังกล่าวถือว่า เป็นใหญ่ กว่าสัตว์พาหนะ ทั้งมวล ช่วยกันประคองเรือนแก้วให้ลอย อยู่เหมือนเมฆ ดังนั้นดวงตรานี้ จึงมีความหมายถึง ปศุสัตว์ และสัตว์พาหนะทั้งมวล อยู่เย็นเป็นสุขปราศจากโรคภัยเบียดเบียน
วิสัยทัศน์
"เป็นองค์กรนำการปศุสัตว์ไทยสู่ตลาดโลก"
พันธกิจ
- 1.วิจัยและพัฒนา ถ่ายทอดองค์ความรู้ และเทคโนโลยี
- 2.พัฒนาประสิทธิภาพการผลิตให้มีคุณภาพได้มาตรฐาน
- 3.ป้องกัน ควบคุม และแก้ไขปัญหาโรคสัตว์
- 4.กำกับ ดูแล และอำนวยความสะดวกให้เป็นไปตามกฎหมายและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง
แผนปฏิบัติราชการประจำปี 2552 (ข้อมูลจัดทำ 19 กุมภาพันธ์ 2552)
- แผนยุทธศาสตร์ กรมปศุสัตว์ ปี 2552-2555
- แผนปฏิบัติราชการ 4 ปี (2552-2555)
ประเด็นยุทธศาสตร์
- การเร่งรัดการดำิเนินการตามภารกิจของกรมให้ตอบสนองต่อความต้องการด้านปศุสัตว์ของประเทศ
- การส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาให้กรมเป็นศูนย์กลางภูมิปัญญาด้านปศุสัตว์ให้ได้มาตรฐาน/ภูมิปัญญาท้องถิ่น
- การสร้างและพัฒนาเครือข่ายด้านปศุสัตว์ให้เข้มแข็ง
- การบริหารจัดการให้เข้มแข็งและเพิ่มสมรรถนะบุคลากร
โครงการพิเศษ
- โครงการพัฒนามาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน(มผช.)
- โครงการพัฒนามาตรฐานการจัดการวิสาหกิจชุมชน(มจก.)
- โครงการหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง
|